เทศบาลแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ร่วมกับประชาชนในเขตรับผิดชอบจัดกิจกรรมให้ความรู้ และเชิญชวนงดเหล้า พักตับ ให้กับพนักงาน

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.59 เทศบาลแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายปิยะศักดิ์ ยโสธนชัย นายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ ร่วมกับประชาชนในเขตรับผิดชอบจัดกิจกรรมให้ความรู้ และเชิญชวนงดเหล้า เทศกาลพักตับ ให้กับพนักงาน จัดโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2559 และยังมีการอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังโครงการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่แบบบูรณาการเชิงรุกประชาชนกลุ่มเสี่ยงในเขตเทศบาลเมืองแม่โจ้ ณ ห้องประชุมอาคมกาญจนประโชติ อาคารอำนวยยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้

13816995_1052723824818651_811825474_n

สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะดื่มมากดื่มน้อยแค่ไหนก็ส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายไม่ในทางตรง ก็ทางอ้อมโดยเฉพาะ ตับอวัยวะภายในที่สำคัญ เมื่อดื่มเหล้ามากๆ เข้าก็ย่อมมีผลโดยตรงต่อตับ ทำให้ตับแข็งและมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้ ซึ่งเป็นมะเร็งอีกชนิดที่มีอันตรายอย่างมาก เพราะเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย   การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยดูแลตับ พักตับไม่ให้ได้รับสารเคมีในช่วง 3 เดือน เท่ากับเป็นการช่วยให้ตับทำงานได้ดี ไม่ให้ตับเกิดความเสียหายมากขึ้น และอีกหลายๆ คนใช้เทศกาลเข้าพรรษาเป็นแรงจูงใจให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้

13720482_1052723774818656_2003500348_o

ในช่วงเข้าพรรษาปีที่แล้ว มีจำนวนคนงดเหล้าครบพรรษา 31,438 คน รวมค่าเหล้าที่ประหยัดได้ 112,526,014 บาท โดยมีชุมชนเข้าร่วมโครงการ 600 ชุมชน ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มชุมชนมีส่วนร่วมอีกจังหวัดละ 1 ชุมชน รวมเป็น 677 ชุมชนการสร้างชุมชนคนสู้เหล้า เพื่อให้ชาวบ้านชักชวนคนในชุมชนงดเหล้าได้อย่างทั่วถึงและได้ผล โดยปัจจัยสำคัญ คือ การรณรงค์สร้างคุณค่าให้แก่ผู้เลิกดื่ม สร้างค่านิยมใหม่ให้เด็ก สร้างกิจกรรมสันทนาการสานสัมพันธ์ และที่สำคัญ คือการสร้างกำลังใจต่อเนื่อง เพราะเหตุผลหลักที่พบว่าทำให้งดเหล้าได้ไม่ครบพรรษา เพราะเพื่อนฝูงชักชวน โดยผู้ต้องการงดดื่ม

13820900_1052723758151991_661925895_n

เทศบาลแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงใช้เทศกาลเข้าพรรษาเชิญชวนงดเหล้า พักตับ ให้กับพนักงาน  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำทุนสังคมและวัฒนธรรมมาใช้ในการควบคุมเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นการดำเนินการเชิงบวกเพื่อก่อประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวมและส่งผลดีต่อ สังคมในระยะยาวต่อไป

 

ข่าวโดย:นางสาวณัฏฐพร   หมั่นผดุง