บ้านหม้อ อ.แม่ริม ต้นแบบการจัดการเรื่องเหล้าในงานศพระดับประเทศ

โครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนลดการดื่มสุราและการพนันในงานฌาปนกิจศพบ้านหม้อ อ.แม่ริม ซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการเรื่องเหล้าในงานศพระดับประเทศ โดยสังเกตุเห็นได้ชัดเจนจากผู้ร่วมโครงการที่เข้ามาทำงานร่วมกับทางท่านพระครูตั้งแต่ปีแรกจนปีนี้เข้าสู่ปีที่ 6 ผมได้เห็นประโยชน์ของงาน คือ

อันดับที่ 1 คือ ประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายค่าเหล้าที่เสียไปประมาน 40,000-50,000 บาท เพราะฉะนั้นผมเห็นประโยชน์ในสิ่งนี้ ผมจึงพยายามที่จะให้ทุกหมู่บ้านได้นั่งคิดก่อนว่า งานศพไม่ได้มีขึ้นทุกๆ วัน แต่ 1 ปีแต่ละหมู่บ้านอาจจะมี 1-2 ศพ เท่านั้นเอง แต่ถ้าเราได้ทำความเข้าใจ๋พี่น้องทุกคนจะเข้าใจ เพราะคนมีเงินจะไม่เดือดร้อน แต่คนที่ไม่มีเงินคนที่ลำบากจะเดือดร้อน ถ้าหากเราไม่ช่วยไม่มีโครงการจัดตั้งงานศพไม่เลี้ยงสรุราในงานศพทุกคนคิดว่าไม่เลี้ยงจึงซื้อกินเองซึ่งทางเราไม่ได้ห้าม บางคนบอกว่างานศพปลอดเหล้า 100% แต่เราซื้อกินได้ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ที่เราเน้นคือ ชาวบ้านและเจ้าภาพ ไม่ซื้อ เจ้าภาพไม่เสียประโยชน์

อันดับที่ 2 คือ ความสงบ งานศพแต่ก่อนจะเห็นคนเมาเต็มไปหมด เป็นที่ลำบากใจต่อคนทำงานทั้งที่เจ้าภาพกำลังนั่งโศกเศร้าเสียใจแต่คนเหล่านี้กับนั่งดื่มเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจใครเพราะเมาแล้ว หลังจากที่ได้มีโครงการบ้านหม้อไม่มีคนเมา คนวุ่นวาย มันสามารถสงบได้ เสร็จพิธีสวดอภิธรรม ฟังเทศน์ เสร็จทุกคนกลับไปนอนบ้านไม่ต้องเดือดร้อนอะไร

ประโยชน์อันดับที่ 3 คือ สุขภาพร่างกายของเรา อย่าลืมว่า ณ เวลานี้หลายๆ คนที่เป็นโรคไม่ว่าจะเป็นโรคตับ หรือโรคอะไรก็ตามส่วนหนึ่งนั้นมาจากเหล้าที่เรากินกันตั้งแต่อายุยังน้อยๆ แต่คนที่ไม่กินถึงได้ปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้ ท่านที่สะสมให้ระวังเพราะมันจะทวงคืน มันจะมาเอาคืน เพราะมันสะสมมานานอยู่ในกระแสเลือด ตับ ปอด ถ้ามีโอกาสมันจะแสดงออกในการเป็นโรคมะเร็ง หรือโรคต่างๆ นั้นคือสิ่งที่เป็นโทษ “เหล้า” ไม่ได้เป็นโทษทั้งหมด “เหล้า” หากเรากินพอดี ดองเหล้า ดองยา กินเป็นยามันก็เป็นประโยชน์ได้ แต่ถ้ากินแบบไม่บันยะบันยังมันอาจทำร้ายเราได้

ดังนั้นโครงการนี้ที่ผมเข้ามาคือ เห็นทางท่านพระครู พ่อหลวงสมเพชร ตั้งใจทำงานแล้วเห็นทางภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก ต่างๆ เข้ามาดูงานที่บ้านหม้อ เดียวนี้เราสามารถไปอยู่แนวหน้าในระดับประเทศถ้าพูดเรื่องเหล้าในงานศพ ภาคเหนือมีที่วัดบ้านหม้อเป็นที่มาศึกษาดูงานได้ เป็นที่ชื่นชมของคนทั้งหลายได้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพระสงฆ์ เจ้าคณะจังหวัด ต่างชมเชยว่าตำบลสันโป่งของเรามีของดีมีเพชรอันล้ำค่า แต่บ้านเรายังไม่เห็นแสงเลย เดียวนี้มีหมู่ที่ 1 2 8 11 ที่เห็นแสงแห่งความจริงว่า

“สิ่งนี้เราต้องทำแล้วนะ”

พูดเสมอว่าไม่ต้องเอาเต็ม 100% ตอนใหม่ๆ ก็กินบ้าง แต่เราจะค่อยๆ พูด ในที่ประชุมค่อยๆ สอดแทรกเข้าไป ผมจึงไปร่วมทุกงานไปพูดเองทุกงาน ถ้าหากไม่ติดธุระผมจะเข้าไปชี้แจงให้ชาวบ้านเองทุกงาน เพราะประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่นายก ท่านพระครู พ่อสมเพชร แต่เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งหมด คือ

  1. รักษาทรัพย์
  2. รักษาความสงบ
  3. รักษาสุขภาพร่างกาย

ซึ่งงบประมาณหากขอมาผมให้ไม่เคยตัดมีแต่เพิ่มให้ อันไหนที่สามารถเอาไปดำเนินการได้ที่ไม่ขัดต่อระเบียบ เราดำเนินงานการใช้

ข่าวและบทความโดย กาญจนา ฟองตา