ชุมชนสันทราย อ.ไชยปราการ เปลี่ยนวิกฤตเรื่องเหล้าสู้โควิด-19 เป็นความยั่งยืนของชุมชน

บ้านสันทราย หมู่ที่ 12 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
เรื่อง สมควร ทะนะ, เรียบเรียง กาญจนา ฟองตา, ศุภกิตติ์ คุณา

ชุมชนบ้านสันทราย เริ่มก่อตั้งหมู่บ้านตั้งแต่ ปี พ.ศ.2480 โดยมีจุดเริ่มเกิดการต้มเหล้าเสรีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2485 ซึ่งการต้มเหล้าเกิดขึ้นมานานแล้วและได้รับผลกระทบจากหมู่บ้านใกล้เคียง จากที่ชุมชนนี้ไม่เคยดื่มเหล้าได้หันมาดื่มกันมากขึ้น  เนื่องจากมีเทศกาลงานบุญ การสังสรรค์ เข้ามาเกี่ยวข้อง การเริ่มรู้จักผู้คนต่างถิ่น การที่เห็นว่าเครื่องดื่มมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในบ้าน พฤติกรรมการดื่มของพ่อแม่ จึงเอื้อต่อการดื่มมากขึ้น ชุมชนจึงเริ่มมีผลกระทบเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา ทำให้ครอบครัวเกิดการทะเลาะวิวาท ปัญหาชู้สาว ครอบครัวแตกแยก ชุมชนเริ่มสร้างข้อตกลง กติกาชุมชนขึ้นรวมทั้งการงดเหล้าเข้าพรรษาครั้งแรกคือ ปี พ.ศ.2554 จึงทำให้เกิดการงดเหล้าตามงานบุญต่างๆ ภายในชุมชนส่งผลกระทบให้ปัญหาต่างๆ ภายในชุมชนลดลงอย่างชัดเจน ในปี พ.ศ.2556 จนเกิดการก่อตั้งชมรมคนหัวใจเพชรขึ้น พ.ศ.2559

เริ่มต้นจากปัญหาเพื่อก้าวต่อเป็นชุมชนคนสู้เหล้า

จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากการที่ชุมชนเมื่อปี พ.ศ.2480 ชุมชนบ้านสันทรายได้เริ่มเรียนรู้วิธีการในการทำเหล้าต้มและได้ทำการต้มเหล้าแบบเสรีเมื่อปี พ.ศ. 2485 เมื่อการที่ชุมชนได้เริ่มทำและประกอบอาชีพในการต้มเหล้ามากขึ้นทำให้ชุมชนบ้านสันทรายนั้นได้รับผลกระทบที่เป็นผลทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัวไปกระทั่งเกิดปัญหาทางสังคมขึ้นมา จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนทำให้ชุมชนได้สร้างกฎกติกาขึ้นโดยชุมชนได้สร้างกิจกรรมงกเหล้าเข้าพรรษาขึ้นมา โดยจัดทำขึ้นตามโครงการต่างๆ ดังนี้ โครงการหมู่บ้านศีลห้า เป็นกิจกรรมทบทวนศีลห้าทุกๆ สองเดือน ใช้วิธีการประเมินครอบครัวที่รักษาศีลห้าจากคณะกรรมการที่มีผู้ใหญ่บ้านเป้นแกนนำในการประเมิน โครงการสวดมนต์สร้างปัญญา เป็นกิจกรรมส่งเสริมการสวดมนต์ให้คนเข้าถึงเนื้อหาสาระความสำคัญของชีวิตที่อยู่ในบทสวดมนต์ ทำให้เข้าใจชีวิตจนเกิดปัญญาสามารถพัฒนาตนเองได้ และโครงการค่ายครอบครัวอบอุ่นด้วยธรรมะ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมงานกีฬาคน 3 วัย สานพลังสามัคคี หลังจากที่ชุมได้สร้างกิจกรรม กฎกติกาต่างๆ ขึ้นมา ทำให้ผลกระทบจากปัญหาของการดื่มแอลกอฮอล์ได้ลดลงจากเดิม และในปี พ.ศ.2559 ชุมชนบ้านสันทรายได้ก่อตั้งชมรมคนหัวใจเพชรขึ้นมา สมาชิกในชมรมกลายเป็นนักรณรงค์ชวนคนในชุมชนงดเหล้า ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความภูมิใจ กลายมาเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการขับเคลื่อนงานมาโดยตลอดในชุมชน และเป็นการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ

ปัจจัยที่นำไปสู้ความสำเร็จในการดำเนินงาน กิจกรรม ของชุมชนคนสู้เหล้าบ้านสันทรายนั้นได้แก่ การที่ชุมชนมีเครือข่ายแกนนำในการดำเนินงานที่เข้มแข็งและมีการพัฒนาศักยภาพ ยกระดับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และมีการสร้างกระบวนการความร่วมมือในการดำเนินงานจากภาคีเครือข่ายหนุนเสริม ทั้งในมติการสร้างองค์ความรู้ สถานการณ์ มิติการรณรงค์ การวางแผนแนวทางในการทำงานชุมชนคนสู้เหล้าของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ทั้งนี้การที่ชุมชนดำเนินงานสู่ความสำเร็จได้ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จอีกหนึ่งปัจจัย คือ ชาวบ้านในชุมชนปฏิบัติตามข้อตกลง สร้างข้อตกลงประชามติร่วมกันกับชาวบ้าน ร้านค้า และแกนนำชุมชน และมีการนำทุนในชุมชน คือ กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเงินล้านเข้ามาช่วยสนับสนุนในการขับเคลื่อนการงดเหล้าของชุมชน ใช้หลักความเชื่อเรื่องพุทธศาสนาและศีลธรรมการปฏิบัติตน การรักษาศีล 5 การวางแผนของชุมชนที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่อง คือการทำโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และการรณรงค์วันสำคัญทางศาสนา การเข้าค่ายครอบครัวอบอุ่น ที่มีการขยายผลและการสื่อสารการงดเหล้าให้ประสบความสำเร็จ โดยใช้วัดเป็นสถานที่การขับเคลื่อนชุมชน การดำเนินการของคณะสงฆ์ที่สามารถเชิญชวนหมู่บ้านใกล้เคียง ในแต่ละพื้นที่ใช้กิจกรรมของชุมชนเป็นตัวอย่างได้ เช่น ชุมชนบ้านแพะและชุมชนบ้านดงป่าสัก ได้นำโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ไปใช้ในชุมชนตนเอง ส่งผลทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

บทเรียนที่เกิดขึ้น

การดำเนินงานของชุมชนคนสู้เหล้าบ้านสันทรายนั้นเริ่มมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั้งชุมชนนั้นเล็งเห็นถึงปัญหาที่ได้เกิดขึ้นในชุมชนทำให้ชุมชนได้ร่วมมือในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญในการพัฒนากิจกรรมของชุมชนคนสู้เหล้าของชุมชนบ้านสันทรายให้มีความต่อเนื่องคือ การที่ชุมชนมีคณะการทำงานที่เข้มแข็ง ทำให้ชุมชนบ้านสันทรายกลายเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบชุมชนคนสู้เหล้าให้กับชุมชนอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และประชาคมงดเหล้าในจังหวัดอื่นๆ ได้เข้ามาเรียนรู้จากคณะทำงานที่ถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ เพื่อนำหลักการไปพัฒนาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในชุมชนที่ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาเรื่องเหล้าเพียงอย่างเดียว แต่นำไปสู่เรื่องของการที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ด้วย

จากประสบการณ์ชุมชนคนสู้เหล้า สู่ชุมชนสู้โรคโควิด-19 สร้างความยั่งยืนของชุมชน

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้หลายชุมชนเกิดการตื่นตัวในการหาแนวทาง วิธีการ ในการป้องกันกับไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ชุมชนบ้านสันทรายก็เป็นหนึ่งในชุมชนหนึ่งที่ได้ลุกขึ้นมาหาแนวทางในการป้องกันด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

ด้านการให้ความรู้

ด้านการให้ความรู้ชุมชนมีการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันตนเองจากไวรัสโควิด-19 ผ่านวิทยากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ อสม. และการประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายของผู้ใหญ่บ้าน ในเรื่องของสถานการณ์ของไวรัสโควิดในแต่ละวัน การป้องกันตนเองเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง การสร้างจุดตรวจคัดกรองพื้นที่กลุ่มเสี่ยง วิธีการล้างมือ การทำเจลแอลกอฮอล์ เป็นต้น

เรื่องไวรัสโควิด-19 ดำเนินการเร่งด่วนแล้ว การ์ดเรื่องเหล้าต้องไม่ตก

ชุมชนบ้านสันทรายมีการรณรงค์หรือชักชวนคนในชุมชนเพื่อลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาร่างกายให้แข็งแรงโดย

  1. ผ่านตัวแทนชุม และกลุ่มคณะทำงานต่างๆ ยิ่งในช่วงไวรัสโควิด-19 แม้จะเป็นช่วงทิ้งระยะห่างทางสังคม แต่ก็อาศัยมีงานศพในชุมชนประชรสัมพันธ์นำข้อมูลที่ทางหน่วยงานสาธารณสุขกล่าวถึง คนที่ดื่มสุรา บุหรี่ โอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ง่าย พร้อมชี้ให้เห็นถึงผลเสียอื่นๆ ของการดื่มสุราและสูบบุหรี่
  2. การขอความร่วมมือ หรือเฝ้าระวัง ในร้านค้าและการตั้งวงดื่มเหล้าในชุมชนภายใต้ พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน หรือคำสั่งห้ามขายเหล้าของผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากในชุมชนมีร้านค้าที่ขายเหล้าเพียงร้านเดียวจึงทำให้ทำความเข้าใจ และควบคุมดูแลได้ง่าย
  3. การหารือเสนอแนวทาง หรือการดำเนินการเพื่อการเสริมสร้างอาชีพ การพึ่งตนเอง และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงัก เนื่องจากในชุมชนมีกลุ่มอาชีพงานหัตถกรรมที่หลากหลาย พร้อมทั้งมีกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง จึงใช้แนวทางหลักการเดิมมาปรับใช้มากขึ้นเพื่อเป็นการดำเนินชีวิตแบบพึ่งพาตนเองได้
  4. ชุมชนได้สร้างข้อตกลงร่วมกันให้ชุมชนค่อยสอดส่องและเฝ้าระวังสังเกตการรณ์สมาชิกในชุมชนหากพบว่ามีสมาชิกในชุมชนคนไหนที่เดินทางไปต่างจังหวัดมาให้ทำการรายงานกับทางผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบเพื่อทำการตรวจคัดกรองและกักตัว 14 วันตามระเบียบ
  5. ชุมชนมีการติดตามและช่วยเหลือ แนะนำ คนที่มีภาวการณ์ติดสุราในชุมชน โดยมีกลุ่มเยาวชน อสม. และสมาชิกรมรมคนหัวใจเพชรร่วมกันออกติดตาม ให้กำลังใจพร้อมการให้ข้อแนะนำในช่วงของไวรัสโควิด-19

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ชุมชนได้มีการพัฒนาศักยภาพในการพัฒนาชุมชนในทุกๆ ด้าน ที่ไม่ใช่แค่ในเรื่องของการขับเคลื่อนการทำงานในเรื่องเหล้าในชุมชน แต่ในสถานการณ์โควิด-19 นี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า ชุมชนมีคณะการดำเนินงานที่เข้มแข็ง สามารถประเมินปัญหาและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และแกนนำมีทักษะที่สามารถดำเนินงาน กิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับสมาชิกของชุมชน คือ สมาชิกในชุนชนได้ทราบสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ สถานการณ์ การป้องกันการดูและตนเองและครอบครัว การรับมือกับสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างถูกวิธี และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับชมรมคนหัวใจเพชร คือ ได้เป็นผู้ให้ความรู้โดยใช้ความรู้ที่ได้จากกระบวนการทำงานของชมรมนำมาให้ความรู้แก่คนในชุมชนไม่ใช่แค่เรื่องเหล้าแต่เป็นการสอดแทรกกระบวนความคิด การใช้ชีวิต การพึ่งพาตนเอง ในสถานการณ์โควิด-19 นี้ได้ ส่วนในเรื่องของปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานของชุมชนนั้นไม่ค่อยมีปัญหาเกิดขึ้น เพราะชุมชนทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง และมีผลสะท้อนออกมาว่าในสถนการณ์นี้ชุมชนยังออกมาช่วยเหลือกันอย่างต่อเนื่อง

ผู้ให้ข้อมูล พระครูวรสุตเขต เรื่อง สมควร ทะนะ, เรียบเรียง กาญจนา ฟองตา, ศุภกิตติ์ คุณา