7 กิจกรรมสุขใจ ต้านภัยโควิด-19

ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ทำให้เห็นพลังของคนไทยที่ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” หนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้

เชื่อว่าการกักตัวเองอยู่ที่บ้าน มีส่วนช่วยให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลง แต่ในอีกมุมหนึ่ง การกักตัวเองอยู่บ้านนานๆ เพื่อเฝ้าระวังตนเองในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 อาการเหงาและเครียดก็เกิดขึ้นได้

ในขณะนี้ มีกิจกรรมหลายอย่างที่เราสามารถนำมาปรับใช้เพื่อคลายความเครียดในช่วงที่กักตัวอยู่บ้านได้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมรณรงค์ให้อีกหลายๆ คนช่วยกันตระหนัก และปฏิบัติตามมาตรการเพื่อช่วยกันลดจำนวนผู้ป่วยโควิด-19

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวถึง กิจกรรมจัดแคมเปญรณรงค์ภายใต้แนวคิด “อยู่บ้าน งดเดินทางออกต่างจังหวัด สู้โควิด-19” ว่า เพื่อช่วยหยุดการระบาด สสส. ร่วมกับเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และกระทรวงสาธารณสุข จัดแคมเปญรณรงค์คนละไม้คนละมือ โดยเชิญชวนดารา ศิลปิน นักกีฬา บุคคลที่มีชื่อเสียง และประชาชนทุกคน ร่วมทำคลิปสั้นๆ หรือโพสต์รูปชูนิ้วก้อย สัญญาว่าจะอยู่บ้าน รณรงค์ภายในแนวคิด “อยู่บ้าน งดเดินทางออกต่างจังหวัด  สู้โควิด-19” พร้อมติด #สัญญาว่าจะอยู่บ้าน #อยู่บ้านต้านโควิด #คนไทยรับผิดชอบส่วนตัวเพื่อส่วนรวม #ไทยรู้สู้โควิด เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อเร่งสร้างความร่วมมือ สร้างกระแสสังคมให้ทุกคนอยู่บ้าน ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ไม่เดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ-แพร่เชื้อ สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ดร.สุปรีดา กล่าว

นอกจากกิจกรรมชูนิ้วก้อยสัญญาว่าจะอยู่บ้านแล้ว ยังมีอีก 6 กิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างกำลังใจ คลายความเครียด สร้างความสุขในช่วงการระบาดโควิด-19 ได้แก่

1. กิจกรรม “เมนูสร้างภูมิคุ้มใจ 14 วันฉันทำได้” ชูแนวคิด “หยุดเดินทางภายนอก ย้อนกลับมาภายในใจ” ชวนคนไทย #สัญญาว่าจะอยู่บ้าน พัฒนาจิตใจในช่วงโควิด-19

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้คนทั่วไปใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการดำรงชีวิต เลือกที่จะอยู่ในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยง หนึ่งในพันธกิจของ สสส. ที่สำคัญคือเรื่องจิตและปัญญา จึงร่วมกับ 6 ภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา ได้แก่ ธนาคารจิตอาสา ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา โครงการผู้นำแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่ม WeOneness และเครือข่าย Creative Citizen จัดทำชุดความรู้  “เมนูสร้างภูมิคุ้มใจ 14 วันฉันทำได้’ เพื่อเป็นแนวทางในการใช้เวลาอยู่บ้านอย่างสร้างสรรค์ สร้างความผ่อนคลาย ฝึกสติ เรียนรู้ด้านสุขภาวะทางปัญญา เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ชวนคนอยู่บ้าน เพื่อช่วยชาติ ลดการระบาดของโรค” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ “เมนูสร้างภูมิคุ้มใจ 14 วันฉันทำได้” นำเสนอวันละ 1 เมนู ติดต่อกัน 14 วัน เริ่มเมนูแรกวันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563 โดยในแต่ละวันมีเมนูสร้างภูมิคุ้มใจ เช่น

Day 1 : ใจคือบ้านของเรา

คำว่า บ้าน ในความหมายของใครหลายคน อาจมีความหมายถึงสถานที่ที่เราใช้อาศัยพักพิงทางกาย แต่ในอีกความหมายหนึ่ง บ้าน อาจหมายถึงพื้นที่ที่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยตา แต่เป็นความอบอุ่นของหัวใจ เป็นพื้นที่ที่ให้เราได้ผ่อนคลาย เยียวยา และใช้หยุดพักเพื่อดูแลใจของเราที่เหนื่อยล้าเต็มที

Day 2 : สิ่งใหม่ๆ เริ่มได้ทุกวัน

ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ถึงแม้ว่าเราจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเดิมๆ แต่เราสามารถทำให้วันใหม่ของเราเป็นการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นได้ในทุกวัน แค่เราได้ลองท้าทายตัวเอง เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนแนวคิด ด้วยกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง และช่วยเปิดโอกาสให้เรา ‘มองเห็น’ สิ่งดีๆ ในตัวเราและคนรอบข้างได้มากขึ้น ชัดขึ้น

Day 3 : สัมผัสที่ใจ ปลอดภัย 100%

การเว้นระยะห่างทางร่างกาย คือกฎเหล็กของการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่ชิน การต้องอยู่ห่างกันในระยะไม่ต่ำกว่า 2 เมตร งดการสัมผัสใกล้ชิด ไม่สามารถ กอด แสดงความรักระหว่างกันได้ อาจทำให้เรารู้สึกอึดอัด เหงา หรือเศร้าซึม กิจกรรมในวันนี้จะพาเราออกจากอารมณ์ ความรู้สึกเหล่านี้ ท้าทายตัวเราให้เปลี่ยนมุมมองใหม่ของการแสดงความรัก ในวันที่เราสัมผัสกันไม่ได้ เพียงเราเปิดใจถึงกันด้วยวิธีใหม่ๆ ที่ช่วยเชื่อมโยงใจของเราเข้าหากันได้ไม่ยากเลย

กิจกรรมในแต่ละวันสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.happinessisthailand.com  และเฟซบุ๊กแฟนเพจ ความสุขประเทศไทย สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊กแฟนเพจ facebook.com/thaimoph/ ทวิตเตอร์ และแอปพลิเคชัน Tik Tok “ไทยรู้สู้โควิด”

2. ในช่วงที่สถานการณ์ปกติ บางคนชื่นชอบการออกกำลังกายนอกบ้าน ซึ่งในวันนี้เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกายนอกบ้านได้ชั่วคราว คือการออกกำลังอยู่ที่บ้านกับกิจกรรม “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” หรือ Home Cycling, Combating Covid-19 รณรงค์ให้มีกิจกรรมทางกายในผู้ที่สนใจในการขี่จักรยาน เป็นการปั่นจักรยานออนไลน์ หรือ E-Cycling ปั่นจริง ออกกำลังจริง มีการเผาผลาญพลังงาน และได้เหงื่อจริง ผ่านแอปพลิเคชัน “Zwift”

โดยแอปพลิเคชัน “Zwift” สามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์สมาร์ตโฟน ไอแพด และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เริ่มต้นปั่น “วันมหาสงกรานต์” วันที่ 13 เมษายน เป็นต้นไป ซึ่งจะมีนักกีฬาจักรยานทีมชาตินำโดย “จุฑาธิป-สราวุฒิ” พร้อมด้วย “โค้ชตั้ม” มาเป็นผู้นำในการปั่น ส่วนผู้ที่มีอุปกรณ์ไม่ครบ สามารถร่วมและติดตามกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ที่ผู้นำปั่นแต่ละคนถ่ายทอดสด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ “กล่องข้อความ” เฟซบุ๊กแฟนเพจ สมาคมกีฬาจักรยานฯ Thaicycling Association

3. โครงการ “ไทยฟิตติดบ้าน ต้านโควิด” อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทุกคนสามารถร่วมออกกำลังกายอยู่ที่บ้านได้ ร่วมแชร์พฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินอาหาร ขยับออกกำลังกาย ผ่อนคลายความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

โดยส่งรูปหรือคลิปวิดีโอลงใน Comment  ใต้โพสต์ https://bit.ly/39Vv10b พร้อมติด #ไทยฟิตติดบ้าน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการร่วมมือของ สสส. เครือข่ายคนไทยไร้พุง และสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย

4. กิจกรรม “ถ้าเธอแคร์ มาแชร์กัน” หากใครที่ชื่นชอบการเต้น กิจกรรมเข้าจังหวะสร้างความสนุกเพื่อผ่อนคลายความเครียด ที่สำคัญได้ออกกำลังกาย สร้างความรู้ในการป้องกันโควิด-19  โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มวัยรุ่น ตระหนักถึงการป้องกันและดูแลตนเอง ให้ปลอดภัยปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น การล้างมือที่ถูกวิธี การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distance) และการป้องกันการนำโรคแพร่สู่ผู้สูงอายุในครอบครัว พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในช่วงที่ต้องเก็บตัว

โดย สสส.ร่วมกับ Tiktok Thailand ศิลปินพิธีกรหลักจากรายการโต๊ะแชร์ และเครือข่ายภาคีประชาสังคม ร่วมกันจัดกิจกรรมชาเลนจ์เต้นประกอบเพลงการล้างมือที่ถูกวิธี 40 วินาที ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นอย่าง TiKTok อินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก ชวนติดแฮชแท็ก #ล้างมือ40วิ #ไทยรู้สู้โควิด #ถ้าเธอเเคร์มาเเชร์กัน #โต๊ะแชร์

5. อ่านหนังสือสร้างสุข กับ “SOOK LIBRARY” นอกจากการออกกำลังกายที่สามารถทำอยู่บ้านได้แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นที่สามารถนำมาปฏิบัติขณะกักตัวอยู่บ้านได้ การอ่านหนังสือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างความรู้ และเพื่อให้เข้าถึงพฤติกรรมของคนไทยในช่วงที่ต้องอยู่บ้าน สสส. ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “SOOK LIBRARY” ให้บริการดาวน์โหลด หนังสือ หรือ E-book ได้ฟรี เพื่อส่งเสริมการอ่านของคนไทยในยุคดิจิทัลได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

6. กิจกรรม “สูงวัยทำได้  Active 60 challenge” ช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้านแบบนี้ หลายครอบครัวมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเครียดได้ง่าย โครงการ “สูงวัยทำได้  Active 60 challenge” รุ่นที่ 1 สู้โควิด-19 เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุ ได้ส่งเสริมสุขภาวะของตนเองได้ง่ายๆ จากที่บ้าน ในช่วงการระบาดของ Covid-19 ผ่านการทำภารกิจ 30 วัน

ซึ่งในแต่ละวันจะมีกิจกรรมมากมายให้ผู้สูงอายุได้ร่วมสนุก เช่น กิจกรรมชวนวัยเก๋าทำหน้ากากผ้าใช้เอง  กิจกรรมชวนวัยเก๋าออกกำลังกายง่ายๆ ได้ที่บ้าน สามารถติดตามกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://younghappy.com/active60-challenge/

นับว่าทั้ง 7 กิจกรรมข้างต้น สามารถคลายความเครียดทั้งยังสร้างเสริมสุขภาวะได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ สสส. และภาคีเครือข่ายพร้อมเป็นแนวร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นด่านหน้าในการต่อสู้ยับยั้งไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งหนุนเสริมให้เกิดองค์ความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคม ในการป้องกันการแพร่ระบาดและลดจำนวนผู้ป่วย ผ่านกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะที่สร้างสรรค์  สสส.พร้อมเคียงข้างคนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน มาร่วมกันสร้างความสุขให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการชูนิ้วก้อย “สัญญาว่าจะอยู่บ้าน ต้านโควิด”

ที่มา : www.thaihealth.or.th