บุคคลสาธารณะ ตอน.อานนท์ พลแหลม

เปิดอ่าน 818 views

บทความนี้คัดลอกมาจากหนังสือ บุก_คนสาธารณะ พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม พ.ศ.2556
“มหาวิทยาลัย ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะประเพณีนี้ ได้สร้างคุณค่าความหมาย  การสร้างสำนึกความเป็นเมืองล้านนา ความเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่”

 

อานนท์ พลแหลม
ผู้ประสานงานโครงการรับน้องขึ้นดอย
สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2555

 people-arnon

 

ความเป็นมาคุณค่าของการจัดงาน

ประเพณีรับน้องขึ้นดอย เป็นประเพณีที่รู้จักกันมานานนามของ ประเพณีลูกช้างขึ้นดอย คือ การนำนักศึกษาใหม่ ขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ จัดครั้งแรกพร้อมกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2507 ตอนนั้นยังมีนักศึกษายังไม่มากเพียง 200-300 คนเท่านั้น จากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นประเพณีมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันมีนักศึกษาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่เข้ามาร่วมงานกว่า 20,000 คนเลยทีเดียวถือว่าเป็นประเพณีที่สร้างความสามัคคี และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาวล้านนา งานขึ้นดอยสุเทพปีนี้(พ.ศ.2555)เป็นครั้งที่ 48 ของสถาบันการศึกษา

 

แนวคิดหลักในการจัดงาน “ฮับน้องขึ้นดอย โตยฮอยครูบา ปูจาพระเจ้าดอยสุเทพ” ระลึก 79 ปีพิธีจอบแรกครูบาเจ้าศรีวิชัย เรามีความคิดว่าหนทางที่เราขึ้นดอยพระบรมธาตุดอยสุเทพได้ เป็นเพราะคุณงามความดีของครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่ท่านได้รวบรวมศรัทธาทั่วทั้งดินแดนล้านนา ร่วมกันสร้างทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพ ใช้เวลาเพียง 5 เดือนเศษๆ เท่านั้นโดยไม่ได้ใช้งบประมาณจากรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความสามัคคีของชาวล้านนา มาร่วมกันเพราะความศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนา โดยมี่ครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นผู้รวบรวมจิตวิญญาณ รวบรวมความศรัทธาทั้งหมด นัยยะเรื่องความสามัคคี เป็นอีกหนึ่งที่เราพยายามที่จะสร้างให้เกิดขึ้นกับนักศึกษาใหม่ทุกคน ให้มีจิตวิญญาณรักสถาบัน ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ศรัทธาในปัญญา ศรัทธาในความรู้ ที่มหาวิทยาลัยได้ประสิทธิ์ประสาทให้ เป็นการส่งเสริมเรื่องอัตลักษณ์ของชาวล้านนา โดยน้องใหม่จะสวมชุดพื้นเมือง ตกแต่งขบวนแบบวิถีล้านนา เพื่อสืบทอดประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา

 

ตั้งแต่แรกเริ่ม–ปัจจุบัน มีความเปลี่ยนไปในอดีต แสดงออกถึงความสามัคคีของชาวล้านนา ทำกันมาจนกลายเป็นค่านิยม และคนในสังคม มหาวิทยาลัยก็ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะประเพณีนี้ได้สร้างคุณค่าความหมายของสถาบันและประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา การสร้างสำนึกความเป็นเมืองล้านนา ความเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

ความประทับใจในการทำงาน
ตั้งแต่การเตรียมตัวขึ้นดอยสุเทพ เราจะทำให้เห็นถึงรูปโฉมรูปลักษณ์ ความเป็นล้านนาและมีการตัดตอน บางช่วงในประวัติศาสตร์ล้านนา เช่น เจ้าดารารัศมี ครูบาเจ้าศรีวิชัย เนื้อหาของงานก็น่าสนใจมีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ที่ขึ้นไปพร้อมกันและคนที่บาดเจ็บก็จะมีการช่วยเหลือกัน ความตั้งใจของทุกคน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ศิษย์เก่าจะมีการบูมแสดงถึงคณะและสถาบัน บางคนถึงกับน้ำตาซึม ทำมาทุกอย่าง ฝึกฝนมาทุกอย่างรอที่จะได้เป็นลูกช้าง มช.

 

ความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง
น้องบางคณะอดหลับอดนอน เกิดภาวะอ่อนแอสุขภาพไม่เอื้อ การรับน้องขึ้นดอย มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง เป็นงานสัมพันธ์ศิษย์เก่า เมื่อเกิดการชุมชน และมีการสังสรรค์ ย่อมมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้ามีปัจจัยเร่งเช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจจะเกิดผลต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ รวมถึงทรัพย์สินสูญหายเป็นต้น  ในปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีข่าวที่น้องใหม่ถูกรถเฉี่ยวชนแต่อย่างใด ก็ทำให้เกิดความสบายใจในระดับหนึ่ง แต่ที่กังวลคือรุ่นพี่ เอารถส่วนตัวกันขึ้นไป และนักท่องเที่ยวก็อยากเห็นประเพณี ก็ขึ้นไปจึงทำให้รถในงานมีจำนวนมาก ปีนี้(พ.ศ.2555)น่าจะมีคนมาร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 20,000 คนอย่างแน่นอน

 

ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการการจัดงานรับน้องขึ้นดอยสุเทพ และจัดเวทีประชุมกันหลายครั้ง เพื่อร่วมกันสร้างมาตรการ และมีการสั่งนโยบายต่างๆ ในการทำกิจกรรม เริ่มจากการเอาปัญหาของปีที่ผ่านมามาคุยกัน จัดลำดับปัญหาที่สามารถแก้ยากแก้ง่าย  ประเมินความยากง่ายของปัญหามามีการเชิญหน่วยงานภายนอกมามีส่วนร่วม เช่น ตำรวจ รปภ นักศึกษามาคุยกันแล้วเราก็ได้ข้อสรุปมาชุดหนึ่ง เราจะพยายามที่จะป้องกันปัญหา ควบคุมปัจจัยเสี่ยงก่อนเริ่มงาน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าปัญหาเฉพาะหน้า ณ วันนั้นมีอะไรบ้าง แต่ฝ่ายไหน จุดไหนที่มีปัญหาเยอะๆ ก็ระวังเป็นพิเศษ

 

ในปีนี้มีการจัดตั้งชุดอนุกรรม เพื่อมาช่วยดูแล ประมาณ 4 ฝ่าย
1.ฝ่ายพิธีการและการลำดับขบวน
2.ฝ่ายการจราจร อาจารย์ณัฐ วรยศ มีการประชุมกันบ่อย
3.ฝ่ายพยาบาล
4.ฝ่ายเฝ้าระวังและป้อมปรามแอลกอฮอล์ เน้นการทำจุดตรวจและสกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และประกาศต่างๆได้มีการออกมาจากท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

กระแสของเรื่องนี้ทำได้ไม่จริง ทำให้คณะทำงานต้องประสานกับกลุ่มคณะต่างๆและให้มีการคุยกันเอง ทำความเข้าใจเป้าหมาย ของการจัดงาน รวมถึงมาตรการห้ามสิ่งต่างๆ ออกมาเพื่อใช้การจัดการปัญหา โดยมีระเบียบต่างๆ รองรับ เมื่อทุกคณะเข้าใจตรงกัน ในส่วนนักศึกษาทั่วไป ก็มีการรับรู้และมีการทำงานแจกจ่ายประกาศต่างๆ และเน้นการประชาสัมพันธ์ ประกาศต่างๆ ขอความความร่วมมือ สนุกได้ แต่ต้อง ไม่ให้เกิดผลกระทบ กับคนอื่น ต้องช่วยสื่อสารให้เข้าถึงระดับมโนสำนึก