บุคคลสาธารณะ ตอน.พงษ์นรินทร์ อาริยะ

เปิดอ่าน 856 views

บทความนี้คัดลอกมาจากหนังสือ บุก_คนสาธารณะ พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม พ.ศ.2556
“การทำกิจกรรม ช่วยตอบคำถามที่มีในความคิด ได้เรียนรู้ และมันขยายหัวใจของเรา ให้มีพื้นที่กว้างขึ้น มากขึ้น กิจกรรมสาธารณะ การทำงานด้วยจิตอาสา มันช่วยลดอัตตาของผมลง”

 

พงษ์นรินทร์ อาริยะ
ประธานกลุ่มพุทธธรรมกรรมฐาน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

peaple-pongnarin

สมัยเรียนมัธยมศึกษา เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกิจกรรม แต่ไม่ได้ร่วมออกแบบกระบวนการ  พอได้เรียนระดับมหาวิทยาลัย จึงได้เริ่มเรียนรู้กับการทำกิจกรรม การช่วยงาน “ธรรมเปลี่ยนชีวิต” เป็นจุดเริ่มต้นของการทำกิจกรรมสาธารณะ จากการตั้งคำถามกับตนเองว่า เราเกิดมาทำไม ? พอเรียนรู้ไป ก็เริ่มเห็นว่างานกิจกรรมมันช่วยตอบคำถามที่มีในความคิด และมันขยายหัวใจของเราให้มีพื้นที่กว้างขึ้น มากขึ้น กิจกรรมที่ทำเพื่อสาธารณะงานอาสา มันช่วยลดอัตตาตัวตน แรงบันดาลใจสูงสุดในการทำกิจกรรม  บุคคลต้นแบบที่เราศรัทธามากคือ พระพุทธเจ้า เพราะท่านทำกิจกรรมอะไรต่างๆ ในชีวิตของท่านไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรตอบแทนกลับมา เลยตั้งใจจะเดินตามแนวทางของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานที่ทำแล้วประทับใจคือ งานสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งจัดกิจกรรมฟังเทศน์ฟังธรรม 7 วัน แต่ละวันมีคนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างเนืองแน่น ประมาณ 3,500 คน ต่อวัน

 

บทความที่ผมสร้างขึ้นคือ “เผด็จการผ่านคะแนน” ซึ่งอธิบายความรู้สึกเรื่องการเข้าเรียน ความจริงไม่จำเป็นต้องเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว การทำกิจกรรมก็คือ การเรียนอย่างหนึ่ง การเรียนในห้องเรียนคือการเรียนรู้ทฤษฎีต่างๆ แต่การเรียนผ่านการทำกิจกรรม เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงของชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างมาก เพราะเมื่อเรียนเหมือนเดิมก็จะเป็นแบบเดิมคือ เรียน ทำงาน ตาย พอทำกิจกรรม มันทำให้เข้าใจเป้าหมายของชีวิตชัดเจนมากขึ้น เป็นการขยายพื้นที่ของหัวใจมากขึ้น ถ้ามีพื้นที่หัวใจที่มากขึ้นเท่าไหร่ ก็สามารถหลุดออกจากวงจรคือ การเรียน ทำงาน และตาย

 

การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ย่อมทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น  วันหนึ่ง ขณะที่ผมเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จากเชียงรายมาเชียงใหม่  เดินทางคนเดียวต้องนั่งกับคนที่เราไม่รู้จักมักคุ้น เกิดคำถามในใจว่า ทำไมคนเราไม่สามารถอยู่ร่วมกัน หรือไม่สามารถคุยกันได้ ผมจึงทำลายกำแพงแห่งความหวาดหวั่นนั้น โดยการคุยเข้าไปคุยกับเขา ซึ่งมันคือการเรียนรู้ที่สำคัญ  เพียงเราลดอัตตา ตัวตนที่สูงเกินไป การเรียนรู้ที่สำคัญก็เกิดขึ้นได้

 

สิ่งที่หล่อหลอมตัวเราคือกิจกรรมการเรียนรู้ และตั้งคำถามจากการมองเห็นปัญหา การแก้ไขปัญหาได้ แต่ละครั้ง บ่อยๆ เข้าเราก็สามารถมองเห็นปัญหาต่างๆ การมองปัญหาย่อมมีความลุ่มลึกขึ้น ปัญหาสังคมปัจจุบันคนยังอยู่ในวงจรอุบาต  ปัญหาสำคัญคือ เรื่องขาดโอกาสทางการศึกษา การรวมกลุ่มของวัยรุ่นในชุมชน การทะเลาะวิวาท  การท้องก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ต้องดูแล   ปัญหาที่เกิดขึ้น การศึกษาค่อนข้างจำกัด จึงไม่เกิดการเรียนรู้ของชีวิต   พระพุทธศาสนามีคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้ว หลักคำสอนจะทำให้คนเกิดการใช้ชีวิตที่มีคุณค่ามากขึ้น

 

ส่วนตัวได้เรียนรู้เรื่องราวเหตุการณ์ 14 ตุลา ทำไมนักศึกษามีพลังสามารถช่วยสังคม ตอบแทนสังคมชี้นำสังคมได้ นักศึกษาปัจจุบันเข้ามาเรียน แล้วเอากระดาษใบหนึ่ง ไม่ได้ตระหนักถึงพลังที่ตนเองมี ไม่ได้ช่วยสังคม มากกว่านั้นคือ การใช้พลังที่ตนเองมีกลับสร้างปัญหาสังคมมากขึ้นนั้นคือสิ่งที่น่าคิด ปัญหาทุนนิยมมีบทบาทมากขึ้น ปัจจุบันมีการปลูกฝังค่านิยม ในการเรียนรู้และหาคำตอบให้กับชีวิตน้อยเกินไป การเรียนในห้องก็อาจจะได้ส่วนหนึ่ง แต่นักศึกษาจำนวนมากลืมมองไปว่า ความรู้ และการเรียนรู้ที่มีนอกห้องและรอบตัวเราอีกมากมายนับไม่ถ้วน คำตอบของชีวิตส่วนใหญ่ห้องเรียนไม่ได้ให้ กิจกรรมจึงเป็นทางเลือกและทางออกของเรื่องนี้

 

ความเป็นปัจเจกนิยม เป็นปัญหา เพราะลืมบทบาทความเป็นพลเมืองของประเทศ ที่เรียกง่ายๆคือลืมบทบาทในการรับใช้สาธารณะ ความเฉื่อยช้าต่อสภาพปัญหา อันนี้ก็ต่อเนื่องกัน เอาแค่เพียงว่าฉันได้ประโยชน์ฉันจึงทำ เป็นพลังเงียบ ถูกชักจูงได้ง่าย

 

ข้อคิดสำคัญ
“เราเป็นอะไรก็ได้ในสังคมมหาวิทยาลัย เป็นได้ทั้งเจ้านาย เป็นลูกน้อง เพราะมหาลัยคือห้องทดลองของชีวิต คนทำกิจกรรมไม่ใช่เด็กที่ไม่สนใจเรียน แต่เขาเรียนได้จากแม้กระทั้งเศษหญ้าหรือท่อนไม้ที่กองไว้อย่างไร้ค่า ไม่มีนักกิจกรรมคนใดไม่เคยล้ม แต่เพราะเคยล้มจึงรู้ว่าทำอย่างไรให้ไม่ล้มอีก”