เครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส. จับมือภาคีเครือข่าย ตีแผ่ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านภาพยนตร์ “A Royal Hangover”

เปิดอ่าน 54 views

จังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ภายใต้การสนับสนุนจาก สสส.  จับมือภาคีเครือข่าย ตีแผ่ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านภาพยนตร์ “A Royal Hangover” หวังสร้างการเรียนรู้แก่เยาวชน   กระตุ้นผู้มีอำนาจตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบ   พร้อม เผย..ประสบการณ์ตรงจากการบริโภคแอลกอฮอล์ ที่ต้องสูญเสียบางส่วนของร่างกาย

วันที่ 10 สิงหาคม 2560 จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบนและภาคีเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์จัดโครงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ผ่านการชมภาพยนตร์ “A Royal Hangover” เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์   รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง  ผ่านการชมภาพยนตร์ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดย ได้รับเกียรติจาก นายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดกิจกรรม ณ โรงภาพยนตร์ที่ 5  เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลแอร์พอร์ต เชียงใหม่

นายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า “การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อการควบคุมสติสัมปชัญญะและเสี่ยงต่อสุขภาพ  รวมถึงการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม  เป็นที่นิยมในสังคมทั่วโลกโดยผู้บริโภคไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา หลายประเทศ ทั้งในระดับอาเซียนหรือระดับโลก ได้พยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงพิษภัยของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  จากที่ผมเคยได้ไปร่วมประชุมในโอกาสต่างๆ สะท้อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่ในระดับที่มีความเสี่ยง  แม้เราจะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปี 2551  มีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในหลายมติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เรายังคงเห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการโฆษณาอยู่ในรูปแบบต่างๆที่โฆษณาทางตรงและโฆษณาแฝง  ภาพของการดื่มของประชาชน ที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ หรือสื่อสมัยใหม่ที่เจาะกลุ่มเด็กเยาวชน”

“โครงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านการชมภาพยนตร์ “A Royal Hangover” เป็นการสร้างการเรียนรู้แก่เยาวชน โดยใช้ภาพยนตร์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศอังกฤษ  ตีแผ่แนวคิดหรือผลกระทบต่างๆ  หลากหลายแง่มุม กระตุ้นให้ได้คิดและมองปัญหาอย่างรอบด้าน  ยอมรับว่าการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทั่วโลกและในบ้านเรา กำลังอยู่ในจุดที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาที่จะไปสะสมยังลูกหลานของเรา  การป้องกันมิให้สังคมไทยเดินหน้าไปสู่หายนะแบบภาพยนตร์ได้นำเสนอไว้ จุดที่ผู้คน เด็ก  เยาวชน ขาดความฝัน ขาดแคลนเป้าหมายในการดำเนินชีวิต จนกระทั่งหันหน้าเข้าหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเวลา  ตรงนี้ทำให้เราต้องย้อนกลับมามองและทำงานเชิงรุกกันอย่างจริงจัง  ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตลอดถึงการบังคับใช้กฎหมายและ  มีพื้นที่สร้างสรรค์  มีทางเลือกที่หลายให้เยาวชนและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี

นายธงชัย ยงยืน หัวหน้าสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า “สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนน่าห่วงที่สุด ภาพยนตร์เรื่อง “A Royal Hangover” หรือที่เราแปลกันว่า “เมาค้างกันทั้งเมือง หรือเมาเกลื่อนเมือง”  ซึ่งค่อนข้างจะตรงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหยุดยาว  ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว แม้จะเป็นภาพยนตร์ที่มาจากต่างประเทศ  แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงผลที่สืบเนื่องตามมา ไม่เฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังชี้ลงลึกไปให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างสังคมที่   หมักหมมของประเทศอังกฤษ ที่ต่างออกไปจากประเทศอื่นๆ ในยุโรป  มีระดับความรุนแรงและความตึงเครียดทางสังคมและวิถีชีวิตในระดับที่สูง พร้อมกับขาดการออกแบบในการสร้างทางออกที่เหมาะสมมารองรับในการแก้ไขปัญหา จึงนำพาผู้คนเข้าไปสู่วงจรที่พัวพันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สุด  ซึ่งสามารถสะท้อนถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันของประเทศไทยได้เช่นกัน”

“ทั้งนี้ สสส.และภาคีเครือข่ายภาคเหนือตอนบน  หวังว่าบทเรียนจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถกระตุ้นให้ภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสุขภาวะให้คนภาคเหนือตอนบนโดยรวมได้หันมาใส่ใจและหาแนวทางร่วมกัน   ในการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเป็นการปกป้องเยาวชนไทยที่เป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตให้ดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย”

นายไพศาล สุรธรรมวิทย์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันจะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม สาเหตุมาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อครอบครัว ต่อทรัพย์สิน และอื่น ๆ เมื่อสืบหาจะพบว่าสาเหตุเพราะเมา ฉะนั้นจึงควรต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจัง และเชื่อแน่ว่า หากทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางโดยด่วน จะทำให้ลดปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคนในสังคมโดยรวมได้  โดยเฉพาะหากลดจำนวนร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์ ลดปริมาณการดื่มของนักดื่มและทุกภาคส่วนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดก็จะช่วยให้การดำรงชีพได้อย่างมีความสุข

จากที่ผ่านมา 10 ปี เทศบาลนครเชียงใหม่มีนโยบายรณรงค์แก้ไขปัญหาต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขายการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เทศบาลให้ความสำคัญและหาทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง จนสามารถกล่าวได้ว่าปัญหาการเสียชีวิต การสูญเสียทรัพย์สิน การทะเลาะวิวาท ได้ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด งานเทศกาลต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ที่เดิมมีการดื่ม การขายที่ผิดกฎหมายมากมาย ปัจจุบันมีการจัดระเบียบให้ทุกคนตระหนักถึงการร่วมกันอย่างมีความสุข ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวได้รับความปลอดภัย  จึงมีความเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนของสังคมประเทศไทยต้องลุกขึ้นมาร่วมผนึกกำลังหาแนวทางเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อคนในประเทศ โดยเฉพาะต้องปลูกฝังการไม่สูบไม่ดื่มให้กับเยาวชนเพื่อดำรงชีพเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในอนาคต

ข่าว : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน

ภาพ : นายศุภกิตติ์ คุณา