บุคคลสาธารณะ ตอน.ดำรงพล ดุมไม้

เปิดอ่าน 799 views

บทความนี้คัดลอกมาจากหนังสือ บุก_คนสาธารณะ พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม พ.ศ.2556
“บุคคลสาธารณะ”  ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นเจ้าใหญ่นายโต หรือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่โดดเด่นในสังคมแต่อย่างใด  บุคคลสาธารณะ จึงเป็นใครก็ได้ ที่มีจิตใจที่ชอบช่วยเหลือสังคม มีความเสียสละ เป็นที่ตั้ง

 

ดำรงพล ดุมไม้
แกนนำเยาวชนรณรงค์ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดเชียงใหม่

 peaple-damrongpon

จากปีหนึ่งเข้ามาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ก็เริ่มทำงานรณรงค์เพราะเพื่อนชวน เราทำแล้วเราสบายใจ เราทำแล้วคนอื่นได้รับความสุข ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมจากสิ่งที่เรามีส่วนร่วม ในการทำกิจกรรม ว่าดีขึ้น สังคมเราน่าอยู่ขึ้น เราสร้างคุณค่าของตัวเรา ไม่ใช่มีเพียงแค่เรียนหนังสือเท่านั้น  เวลาว่างก็เข้ามาทำกิจกรรมอาสา ยิ่งทำมากขึ้น  คนอื่นมองเห็นสิ่งที่เราทำ มองเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้น  ก็ สนับสนุนส่งเสริม ทำให้เรามีกำลังใจ มีพลังที่จะสู้ในการทำดี   กิจกรรมที่ทำหล่อหลอมตัวตน พัฒนาศักยภาพตัวเรา แม้การทำงานอาจเกิดข้อผิดพลาด แต่ก็สอนให้รู้ว่ามันผิดพลาด ณ ตรงไหน เราก็แก้ไข เก็บไว้เป็นบทเรียน เป็นการเรียนรู้ที่ดี  ซึ่งเราสามารถทดลองได้โดยไม่กังวลว่าจะผิดหรือถูก

 

ปัญหาของสังคม ณ ปัจจุบัน น่าจะเป็นเรื่องแอลกอฮอล์ กับเรื่องยาเสพติดชนิดอื่นๆ เช่น ชุมชนเวลาจัดงานประเพณีต่างๆ มีการเลี้ยงเหล้า-เบียร์ ทำให้เกิดค่านิยมทางสังคมว่า งานเลี้ยงต้องมีเหล้า และเปิดโอกาสสำคัญที่เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย โดยธุรกิจน้ำเมามีการตลาดที่ค่อนข้างที่ซับซ้อน ส่งผลทำให้นักศึกษาหลงน้ำเมา จะทำอย่างไร ให้นักศึกษารู้เท่าทัน ไม่หลงผิด จะต้องมีภูมิคุ้มกัน กรณีตัวอย่าง นักศึกษาดื่มเหล้าเที่ยวตอนกลางคืน ปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อน เพื่อนจะชักนำไปสู่สังคมที่เสื่อมโทรมได้ดีที่สุด เนื่องจากมาเรียนในมหาลัย พอห่างบ้าน ห่างครอบครัว เพื่อนจึงเป็นคนใกล้ชิดที่สุด และมีอิทธิพลที่สุดในการดำเนินชีวิตทั้งเวลาเรียน ทั้งเวลาพักผ่อน หรือว่าเวลาเที่ยว

 

การทำงานกับคนจำนวนมาก การเรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับผู้คน เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ ต้องยอมรับศักยภาพของคนทุกคน การทำงานมันต้องวัดจากองค์ประกอบจากหลายๆ อย่างด้วย การทำงาน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ การปรับทัศนคติเข้าหากัน  เพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จให้มากที่สุด

 

การสัมผัสความจริงของชีวิต เริ่มจากครอบครัวต้องปลูกฝัง ไม่ใช่ว่าครอบครัวร่ำรวยแล้วจะสอนให้ลูกของตัวเองใช้เงินฟุ่มเฟือยในการซื้อเครื่องอำนวยความสะดวก หรือสอนว่าเงินเป็นปัจจัยหลัก แต่ต้องสอนให้เขารู้คุณค่าของเงิน รู้คุณค่าของอาหารที่รับประทาน คุณค่าของเพื่อน คุณค่าของญาติพี่น้อง ทำให้เขารู้ว่าการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ไม่หลงกับพวกทุนนิยม รู้ว่าสิ่งใดคือคุณค่าที่ควรรับเข้ามาในชีวิต ปัจจุบันสื่อมีอิทธิพลต่อคนจำนานมาก การรู้เท่าทันจะทำให้เรามีความปลอดภัย

 

นักกิจกรรมจำนวนมาก ที่ดำเนินการอยู่ในสังคม เปรียบเสมือนต้นไม้ ต้นไม้ที่เกิดขึ้นต่างพื้นที่ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่า ณ พื้นที่นั้นๆ มีสภาพภูมิประเทศ หรือสภาพแวดล้อมในชุมชนนั้นๆเป็นอย่างไร ต้นไม้จึงมีความสำคัญ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชน เป็นแหล่งอาหารของนก รวมถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่มาอาศัยอยู่กับต้นไม้ ถ้าต้นไม้ถูกตัดไป ก็เหมือนคนดีในสังคมจางหายไป

 

จึงอยากให้กำลังใจคนที่ทำงานเพื่อสังคม ก็คือการที่เราทำดี เราไม่ต้องหวังผลตอบแทนหรือว่าคนจะมาเชยชมการทำดีของเรา แต่ว่าการทำดีของเราขอให้คิดอยู่ในใจเสมอว่าเราทำดีแค่หนึ่งอย่าง เราได้ประโยชน์เป็นร้อยอย่างพันอย่าง  บางครั้งอาจจะเป็นร้อยคนพันคน ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ได้การทำความดี ของคนเพียงคนเดียว เพียงเท่านี้สังคมไทย หรือสังคมเชียงใหม่ก็จะดีขึ้น

 

ข้อคิดสำคัญ
“การที่เราจะทำดี หรือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราไม่ต้องคิดว่า เราต้องได้อะไร เราไม่ต้องหวังผลตอบแทน ไม่ต้องหวังผลกำไรต่างๆ แต่การที่เราทำดี ย่อมทำให้เรามีความสุข ความสบายใจก็พอแล้ว”