บุคคลสาธารณะ ตอน. ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช

เปิดอ่าน 344 views

บทความนี้คัดลอกมาจากหนังสือ บุก_คนสาธารณะ พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม พ.ศ.2556
คนที่เก่ง คือคนที่ทำหนังสือทั้งเล่มเหลือแค่หน้าเดียว คนที่เก่งกว่านั้น คือทำให้หนึ่งหน้าเหลือแค่ประโยคเดียว คนที่เก่งที่สุดในโลก คือทำหนังสือหนังเล่มเหลือแค่บรรทัดเดียว สิ่งสำคัญคือการจับประเด็น

 

ผศ.ดร.จำเนียร ยศราช
อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้

จำเนียรยศราช

ผมทำงานไม่เคยสนใจ เรื่องการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ไม่เคยถามหาเงินเดือน ทำอย่างเดียว ทำให้ดีที่สุด ก็ย่อมได้รับผลนั้นเอง ข้อดีที่สุดของการทำงานคือ มันทำให้เราไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์มาก่อน มองแต่เป้าหมายงานเป็นหลัก และล็อคมันไว้ให้มั่น ดังนั้นการขึ้นเป็นอธิการบดี จึงเป็นเรียนรู้ การฝ่าฟันการทำงานต่างๆ อย่างมากมาย คนที่อยากเป็นอธิการบดี อยากเป็นเพราะอะไร อยากเป็นเพื่ออะไร ถ้าเรียกกันในแบบภาษาชาวบ้านคือ “คุณมีกึ๋นที่จะเป็นหรือเปล่า” เท่านั้นเอง

 

ปัญหาของสังคมในปัจจุบันร้ายแรงยิ่งขึ้น การแข่งขันสูง เพราะฉะนั้น ผู้บริหารต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการคือ 1.ต้องเป็นคนดีก่อน ต้องทำงานเพื่อองค์กร และมีความรู้ความสามารถ ความดีต้องเริ่มสะสม และเพิ่มพูนขึ้นตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก 2.ต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ บริหารงานได้ดี บริหารองค์กรได้ดี ถ้าพิสูจน์ได้ว่า เป็นคนที่มีคุณสมบัติที่ดีกว่าผม ไม่ต้องมาแข่งขันกันหรอก ผมยินดีที่จะลาออก เพื่อให้แม่โจ้เจริญ ไม่ใช่มานั่งขวางอยู่อย่างนี้

 

การทำงานกับคนนั้นต้องมองคน 3 ระดับ อันดับแรกคือ ตัวบุคคล ผมก็เป็นผม นายจำเนียร ยศราช อันดับที่ 2 คือ ตำแหน่ง เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอันดับที่ 3 คือ องค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผมบอกคนในแม่โจ้ทุกคน ไม่ต้องมาสนใจอะไรใน นายจำเนียร ยศราช บางคนไปยึดติดที่ตำแหน่ง ซึ่งนายจำเนียร ยศราช มีตำแหน่งเป็นอธิการบดี ไม่ใช่ว่าเอาหมวกไปสวมแล้วทุกคนจะดีทุกคนไม่ใช่เลย ถ้าเอาหมวกไปสวมแล้วเป็นคนไม่ดี ผมบอกได้เลยว่าอย่าไปเชื่อมัน ถ้ามันผิดแสดงว่าเราเอาคนชั่วมาบริหาร ผมฝากทุกคนเลยว่าให้มององค์กรเป็นตัวตั้งต้น ถ้านายจำเนียรได้ดี อธิการได้ดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดี ก็ทำไปเถอะ แต่ถ้านายจำเนียร ได้ดี อธิการได้ดี มหาวิทยาลัยเสียหาย อย่าไปทำ หรือ ถ้านายจำเนียรได้ดี อธิการได้ดี แม่โจ้ได้ดี แต่ประเทศชาติเสียหาย แบบนี้ก็ยิ่งอย่าทำ มันจะกลายเป็นรักพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติ

 

แนวทางการทำงานของมหาวิทยาลัย ผมมีหลักว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้คือ มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต คำภาษาอังกฤษคือ University of Life ซึ่งมีแนวทางการทำงานอยู่ 5 ประเด็น คือ
ประการที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการการเกษตร ไม่ใช่ความเป็นเลิศทางการแพทย์หรือการทหาร
ประการที่ 2 มหาวิทยาลัยแม่โจ้จะเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าผ่านสองข้อแรกได้มหาวิทยาลัยแม่โจ้อยู่ได้ คนไทยคนทั้งโลกจะอยู่ได้ เมื่อเรามีทรัพยากรทางอาหารและสิ่งแวดล้อมที่ดี
ประการที่ 3 เรื่องวัฒนธรรม เรื่องวัฒนธรรมคนไทย วัฒนธรรมของแม่โจ้ วัฒนธรรมของคนเชียงใหม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้สุดยอด
ประการที่ 4 ธรรมาภิบาล โปร่งใสตรวจสอบได้ อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง และประการสุดท้ายคือ รู้เท่าทันเทคโนโลยี เมื่อเราใช้แล้วมันมีผลดี ผลเสียต่อเราต่อมนุษย์อย่างไรสิ่งที่มันไม่ดีต้องลด ละ เลิก คนที่เคยดื่มเหล้า สูบบุหรี่ต่างๆต้อง ลด ละ เลิก เราต้องสอนลูกสอนหลานให้ลด ละ เลิก สิ่งไม่ดีเหล่านี้

 

ในด้านนโยบาย ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำลังเตรียมการคือ ลด เลิก อบายมุข ซึ่งมีหลายอย่างทั้ง เหล้า-ยาเสพติดต่างๆ เพิ่มระเบียบวินัย ซึ่งกำชับฝ่ายพัฒนานักศึกษา เช่น เพิ่มวินัยลด ละ เลิกอบายมุข เพื่อความสุขอย่างยั่งยืนของชาวแม่โจ้ เรื่องเหล้า-บุหรี่ เป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันดำเนินการทั้งองค์กร และมุ่งส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาและดนตรี เพื่อพัฒนาทั้งสุขภาพกายและใจให้สมบูรณ์แข็งแรง

 

การพัฒนาทั้งหลาย ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสมดุล ถ้าเป็นหลักของในหลวงคือ ความพอเพียง พอเพียงทั้งภายนอกและภายในจิตใจ เพื่อจะทำให้สิ่งเหล่านี้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

ข้อคิดสำคัญ
“การที่จะทำให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว ไม่สามารถที่จะทำได้ใน 1 วัน สีเขียวไม่ได้หมายความว่า เอาสีเขียวมาทาตึกทุกตึกของมหาวิทยาลัย แต่เป็นเรื่องของการทำให้แม่โจ้ เป็นมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่ เป็นมหาวิทยาลัยที่ปลอดอบายมุข เป็นมหาวิทยาลัยที่ปลอดภัย และเอื้อต่อสุขภาพของคนในมหาวิทยาลัย”